ตอนที่ 17

posted on 04 Dec 2007 10:45 by alonedirecator

เต้ยนั่งกินข้าว  โต๊ะที่นั่งกินอยู่ข้างๆเต้ยกำลังจะลุกออกไป

"ป้า คิดตังค์"

"40บาท"

"เท่าไหร่นะป้า"

"40บาท"

"ทำไมแพงยังงี้ละ เมื่อก่อนผมมากินข้างยังจานละ25อยู่เลย แล้วทำไมจะขึ้นราคาอาหารทำไมไม่เขียนป้ายบอกลูกค้าละ"

"ไม่มีเวลา จ่ายมาเถอะ40บาท เดี๋ยวนี้อะไรๆก็แพง ลื้อไม่ได้ดูข่าวเหรอ น้ำมันขึ้นทุกวันจะให้มาขายจานละ25เหมือนเดิมได้ไง"

เต้ยตักข้าวเข้าไปในปาก นั่งฟังแม่ค้าและลูกค้า2คนเถียงกันมานาน

"ป้า ผมว่าเอางี้ไหมวันนี้ป้าคิดราคาเก่าให้เขาก่อนได้ไหมแล้วก็หาป้ายราคามาเขียนบอกลูกค้าดีๆว่าขึ้นราคาแล้ว" เต้ยพูดขึ้น

"อ้าว....แล้วลื้อมาเสือกอะไรด้วยนี้ แหลกก็แหลกไปสิ"

"อ้าว ป้าทำผิดแล้วยังมาด่าคนอื่นอีกขายของยังไงนี้จะขึ้นราคาก็ไม่บอกคนอื่นแล้ว ใครมันจะไปรู้ ผมบอกป้าดีๆนะยังมาด่าผมอีก"

เต้ยหลับตาลงรู้สึกแสบหน้าเพราะป้าสาดพริกมาใส่หน้าของเต้ย

คำว่า"เสือก"คือสี่งที่เต้ยได้รับจากการไปยุ่งเรื่องคนอื่นครั้งนี้

การนั่งดูเฉยๆเท่ากับเป็นการเอาตัวรอดอย่างหนึ่งแล้วในสังคมไทย

"มึงอยู่ ห้องไหนวะเดี๋ยวกูซิบไปหามึง"วัยรุ่นพูดขึ้นทั้งที่ในปากยังคาบบุหรี่อยู่

"กูอยู่4521 ห้องแม่งมีแต่ผู้หญิงเต็มเลยวะรีบมานะมึง  บุหรี่นะดูดคนละครึ่งนะเหลือตัวสุดท้ายแล้ว"

"หมดก็ไปซื้อสิแต่อย่าไปซื้อร้านไอ้ห่านั้นอีกนะกูเกลียดมัน"

"นั้นไง ลูกกิลกูมาแล้ววันนี้กูจะพาไปลุยกับพวก ซิบูย่าโว้ย55555555"เด็กหนุ่มสองคนหัวเราะอย่างมีความสุข

ตอนที่16

posted on 30 Nov 2007 18:40 by alonedirecator

"แม่ง....กูโคตรโมโหไอ้คนขายที่ร้านเมื่อกี้ชิบหายเลยวะ ขายๆไปแม่งก็จบเรื่อง มั่วเรื่องมากอยู่ได้"

เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนพูดพลางเปล่าควันบุหรี่ออกมา

เต้ยนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ 

บางครั้งโลกใบนี้ก็ไม่มีความยุติธรรม  บางครั้งความยุติธรรมก็เหมือนกับสร้างมาเป็นเครื่องมือของคนบางคนเท่านั้น

"หวัดดีคะ หมอชื่อหวานนะ คุณชื่ออะไรเหรอ"เสียงหวานๆดังขึ้นทำให้เต้ยเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเจ้าของเสียง

"ผมเต้ยครับ"

"ว่ากันตามตรงนะ หมอก็ไม่รู้ว่าอาการของคุณนี้มันเรียกว่าอะไร เมื่อกี้แม่ของคุณเล่าให้หมอฟังว่า คุณชอบหาเรื่องและชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน"

"ผมจะไปว่าอะไรได้ละครับ คุณหมอ ทุกคนคิดว่าผมป่วย ผมก็ต้องมาหาหมอ หมอจะให้ผมทำอะไรก็รีบทำเถอะครับ"

"คือถ้าจะให้หมอว่านะ คือคุณต้องมาหาหมอบ่อยๆแล้วละแล้วนำเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้หมอฟังเข้าใจไหมคะ"

"ถ้าผมไม่มาละ"

"คุณก็ไม่หาย"

เต้ยเดินออกมาจากโรงพยาบาล

"ป้า  เอากระเพราะหมูกรอบจานนึง"

เต้ยนั่งรอกินข้าว คิดถึงสี่งที่คุยกับหมอหวานในวันนี้

เขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาหาหมอหวานดีไหม

 

ตอนที่15

posted on 28 Nov 2007 10:55 by alonedirecator

เต้ยนอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของเขา  เสียงเพลงเก่าที่เขาชอบฟังยังคงลอยมาเรื่อยๆ

ลืมแล้วแสงตะวัน  ลืมแล้วดาวบนฟ้า  ลืมแล้วเสียงนกกา  ลืมแล้วแล้วความหวังจากผู้คน.............

ในฝัน เต้ยกำลังนั่งยิ้มให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมา ทุกคนยิ้มทักทายเต้ย

ใครบางคนบอกไว้ทำไมเวลาคนจะฆ่าตัวตาย เค้ามักจะเลือกที่จะกระโดดตึกสูงๆหรือสะพาน

ว่ากันว่าเค้าทำอย่างนั้นเพราะเค้าแค่ต้องการให้ทุกคนมองเห็นเค้า

บางครั้งการมีชีวิตอยู่แต่ปราศจากคนที่เข้าใจก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายทั้งเป็น

"เต้ย...แม่บอกกี่ทีแล้วเวลาจะนอนให้ปิดเพลงก่อนมันเปลืองค่าไฟนะลูก" หญิงสาวบ่นให้เต้ยในเช้าวันต่อมา

เต้ยรู้สึกสงสัย เธอไม่เบื่อบางเหรอที่ต้องพูดเรื่องเดิมๆซ้ำซากอยู่ทุกวัน บ่นด้วยถ้อยคำเดิมๆ

แต่จริงๆแล้ว หากเพียงแค่เต้ยปิดวิทยุก่อนนอนเต้ยคงไม่ต้องมานั่งฟังแม่บ่นอย่างนี้

เรามักจะมองความผิดของคนอื่นก่อนความผิดของตัวเองเสมอ

"เฮ้ย...9โมงแล้วกูว่าไม่ทันแล้ววะ"เด็กหนุ่มในชุดนักเรียน2คนเดินคุยกัน

"ไปไหนดีวะ"เด็กหนุ่มถาม

"อยากนี้นะมึง กูว่าเจอวินนี่งกันหน่อยไหมไม่เข้ามันแล้วโรงเรียน"เด็กหนุ่มอีกคนตอบ

"ดีวะ แต่กูว่าแวะซื้อบุหรี่ไปดูดก่อนแปปนึงวะ"

ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านขายของ

เต้ยนั่งมองเด็กทั้งสองคน

"พี่..บุหรี่ซองนึง"

"ไม่ขาย"

"โธ่ พี่ บุหรี่แค่ซองเดียวเอง คิดอะไรมาก รีบขายแล้วพวกผมก็ไปแล้ว"

"ไม่ขายไง เก่งกันนัก ก็ไปซื้อร้านอื่นเลยร้านนี้ไม่ขาย"

เด็กหนุ่มทั้งสองเดินออกมาจากร้าน

หญิงสาวนั่งมองดูเต้ยและส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่าย

"ของก็ไม่ได้ขาย เกือบจะมีเรื่องมีเรื่อง มีราวทุกวัน ไม่ไหวละ ต้องพาไปหาหมอ"

 

 

 

ตอนที่14

posted on 20 Nov 2007 12:56 by alonedirecator

ภาพในจอหนังขณะนี้ พระเอกกำลังจะบอกรักนางเอก

"นี้ๆตัวเองเชื่อเค้าไหม เดี๋ยวพอพระเอกมันบอกรักนางเอกเสร็จนะเดี๋ยวมันก็ได้ไปเรียนต่อที่อื่น แล้วมันก็ทะเลาะกันเค้าดูมา3รอบแล้วตัวเอง"

"แล้วทำไมนางเอกไม่เอากุญแจบ้านพระเอกไปซ่อนละ"

"มันจะไปซ่อนได้ไงละ ก็กุญแจอยู่ที่ตัวเองแล้วไงเมื่อไหร่จะไขเข้ามาในหัวใจเค้าละ"

เต้ยนั่งมองอยู่ข้างหลัง  รู้สึกว่าเป็นความซวยของตัวเองอย่างมากที่บังเอิญเลือกที่นั่งผิดเอง

"นี้ๆๆๆพวกตัวเอง รู้นะว่าดูมาแล้ว เงียบสักแปปได้ไหม ผมก็เสียเงินค่าตั๋วเท่ากับคุณนั้นแหละไม่ต้องมาพากษ์ให้ผมฟังหรอก"

ชายหนุ่มหันหลังหลับมามองที่เต้ย

"มึงจะหันกลับมาทำไมวะหรือว่ามึงมองเห็นได้ในที่มืด"(เต้ยคิดในใจ)

ในจอหนังพระเอกนอนใกล้ตายในอ้อมแขนนางเอก

"นี้ตัวเอง ถ้าเค้าจะตายเค้าขอตายในอ้อมแขนตัวเองนะ"

"ได้สิตัวเอง แต่อีกไม่นานเค้าคงจะตรอมใจตามตัวเองไปนะ ตัวเองต้องรอเค้าก่อนนะ"

เต้ยหมดความอดทน................

เขาจำได้ว่าน้ำโค้กที่เขากินเหลือครึ่งแก้ว เต้ยรินใส่หลังของชายหนุ่มจนหมด

"หวานกันซะให้พอ"

หนังยังไม่จบแต่เต้ยฟังทั้งสองคนเล่าตอนจบให้ฟังเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ครึ่งเรื่อง

เต้ยเดินออกมานั่งรอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งมองดูชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป

ข้างหลังของชายหนุ่มเต็มไปด้วยน้ำโค้ก

ตอนที่13

posted on 15 Nov 2007 15:15 by alonedirecator

เช้าวันรุ่งขึ้น

เต้ยเปิดเพลงเก่าที่เต้ยฟังค้างไว้เมื่อคืนนี้

"ลืมแล้วแสงตะวัน  ลืมแล้วดาวบนฟ้า"

"ลืมแล้วเสียงนกกา  ลืมแล้วความหวังจากผู้คน"

เสียงหญิงสาวดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลง

"เอาเสียงลง มึงจะร็อคไปไหน รีบลงมาช่วยกันขายของ"

"แม่....ผมไปเดินเล่นที่ห้างใกล้ๆนี้นะแม่"เต้ยบอกกับแม่ของเขาในตอนบ่าย

"ไปก็ไป ดูแลตัวเองดีๆนะอย่าไปมีเรื่องอะไรกับใครมาอีกละ ลูกคนนี้ข้าวปลาทำให้กินไม่เคยกินละ แต่ส้นเท้าชาวบ้านนะหากินแทนข้าวดีจริงๆ"

เต้ยรีบเดินจากมา ปล่อยให้เสียงของแม่ดังไล่หลังมาเรื่อยๆ

เต้ยมาหยุดที่หน้าโรงหนัง เขาตั้งใจจะดูหนังสักเรื่อง เขายืนรอเกือบ5นาทีอีกประมาณ3คนก็จะถึงคิวของเต้ย

ชายหนุ่มแต่งตัวดีเดินมาแทรกตัวเข้าไปในแถวทำประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิด

"คุณยาย ทำไมน้าคนนี้เขาเพี่งมา ทำไมเขาถึงได้ซื้อตั๋วก่อนเราละ"เด็กน้อยที่อยู่หลังชายหนุ่มถามคุณยายที่กำลังรอต่อแถวหลังชายหนุ่ม

"อ้อ...ไม่มีอะไรหรอก สงสัยน้าเขารีบ รออีกแปปนึงนะเด๊ยวก็ได้ซื้อแล้ว"

"ทำไมคุณป้าถึงยอมเค้าละครับ มันจะรีบขนาดไหนกัน ถ้ารู้ว่าไม่มีเวลาขนาดนั้นแล้วจะมาดูหนังทำไม"เสียงของเต้ยดังขึ้น

"นี้ คุณ ทำไมไม่ไปต่อแถวละมาแซงคิวคนอื่นอย่างนี้ คนอื่นเค้าก็ยืนรอตั้งนานถ้ารีบจริงๆก็จองไว้รอบต่อไปเลยจะได้ไม่ต้องมาแย่งคนอื่นแบบนี้"

ชายหนุ่มหันมาสบตากับเต้ย

"แล้วคุณมายุ่งอะไรกับผม ผมไปแซงคิวหน้าคุณเหรอไง ดูสิ คุณป้าคนที่โดนแซงคิวจริงๆก็ไม่เห็นแกว่าอะไรนี้ แล้วคุณจะเดือดร้อนทำไม"

"ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอกคุณไม่รู้เหรอว่าต้องเข้าแถว ต้องทำตามกฏระเบียบ"

ชายหนุ่มกำลังอ้าปากจะพูด

คุณยายเห็นท่าจะไม่ดีเลยพูดออกมา

"ไม่ต้องทะเลาะกัน ยายไม่ดูแล้วไปลูก กลับบ้านเราเถอะ วันนี้ดูหนังคงไม่สนุกแล้วละ"

คุณยายจูงหลานเดินจากไป

ชายหนุ่มเดินถือตั้วเข้าไปนั่งรอดูนั่งอย่างสบายอารมณ์

เต้ยมองตามยายหลานเดินจากไปจนสุดสายตา

ใครสมควรที่จะถูกตำหนิในเรื่องนี้...................

เป็นคำถามที่ต้องค้นหาคำตอบอีกนานแสนนาน